วิธีรักษาสิวสเตียรอยด์ วิธีการรักษาและการฟื้นฟูผิว

สิวสเตียรอยด์

     สิวสเตียรอยด์ (steroids)  เป็นสิวที่เกิดจาการใช้ครีมหรือผลิตภัณฑ์ที่ไม่ได้มาตรฐาน  เป็นปัญหาสิวที่คนส่วนใหญ่เครียดไม่แพ้กันที่เรามักจะเห็นกันบ่อยๆ ก็จะเป็นพวกครีมที่เห็นผลเร็วทันใจ โฆษณาเน้นว่าเห็นผลหน้าขาว หน้าใสข้ามคืน ใสจนเห็นเส้นเลือด ขาวซีดจนไม่มีชีวิตชีวา  รักษาสิวสเตียรอยด์ เป็นเรื่องที่ต้องรู้รายละเอียดที่ถูกต้องก่อน เพราะยาสเตียรอยด์หรือสารสเตียรอยด์ที่เราเรียกกันนี้ จัดเป็นยาต้องห้ามตาม พรบ.เครื่องสำอางค์ การที่ใช้ในกลุ่มเครื่องสำอางค์เป็นเรื่องที่ห้ามโดยเด็ดขาด แต่ถึงแม้จะมีการห้ามใช้ในเครื่องสำอางค์ต่างๆ แต่ก็มีเจ้าของผลิตภัณฑ์ หรือโรงงานที่แอบลักลอบใส่ลงไป ซึ่งไม่ว่าจะในปริมาณมากหรือเพียงหยอดหนึ่ง ก็ถือว่าเป็นสิ่งผิด

 

สเตียรอยด์ (steroids) คืออะไร?

หลายๆ คน อาจไม่ทราบมาก่อนว่าสเตียรอยด์ (steroids) ไม่ได้มีแค่ตัวยาที่เรารู้จักกันทั่วไป แต่ยังมีรายละเอียดที่น่ารู้ ซึ่งสเตียรอยด์จะแบ่งอกเป็น 2 ชนิด คือ

  • สเตียรอยด์ คือสารชนิดหนึ่งที่ร่างกายของเราสามารถผลิตขึ้นได้เอง ซึ่งจะถูกสร้างขึ้นที่ต่อมหมวกไต โดยจะสร้างฮอร์โมนเพศชายชนิดหนึ่งที่ชื่อว่า แอนโดรเจนออกมาช่วยร่างกายเมื่อร่างกายมีสภาวะวิตกังวลหรือเกิดความเครียด มีความรู้สึกเศร้า หรือมีการผ่าตัด เสียเลือด รวมไปถึงเมื่อเกิดภาวะน้ำตามในเลือดต่ำ และอีกหลายๆประการ ฉะนั้นสเตียรอยด์จึงนับว่ามีความจะเป็นต่อร่างกายเราด้วยเช่นกัน
  • สเตียรอยด์ อีกชนิดหนึ่ง คือชนิดนี้จะเป็นตัวยาที่ถูกสร้างขึ้นมาเป็นสเตียรอยด์แบบสังเคราะห์ ซึ่งสเตียรอยด์สังเคราะห์นี้จะนำมาใช้ในทางการแพทย์ จึงเป็นตัวยาที่อยู่ในการควบคุม ไม่สามารถใช้เองได้ นอกจากได้รับคำแนะนำ อนุญาตจากแพทย์แล้วเท่านั้น

ลักษณะอาการที่เกี่ยวกับสเตียรอยด์ ซึ่งแยกได้เป็น  2 ส่วน คือ ผิวติดสเตียรอยด์ และ สิวสเตียรอยด์ ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้

  1. ผิวติดสเตียรอยด์ มีลักษณะที่แสดงให้เห็นคือ ตอนปกติที่ไม่ได้ใช้อะไรเลยหรือใช้ผลิตภัณฑ์ที่ไม่มาสารสเตียรอยด์จะไม่มีอาการแทรกซ้อน เช่นเกิดสิวต่างๆขึ้นมา หรือเดี๋ยวผิวมัน เดี๋ยวผิวแห้ง หรือคนที่มีผิวมันก็จะทำให้ผิวมันขึ้นไปอีก หรือคนที่มีผิวแห้งก็อาจจะทำให้แห้งกว่าเดิม
    เมื่อใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของสเตียรอยด์แล้ว เมื่อใช้ครีมตัวนั้นไปสักระยะ  โดยส่วนมากแล้วครีมที่มีสารนี้จะเห็นผลใน 3-5 วัน หน้าจะขาว ใส ไร้สิว แต่เมื่อลืมใช้แล้วใบหน้าจะมีสิวหนองหัวเล็กๆค่อยๆ ค่อยผุดขึ้นมา ใบหน้าก็จะเริ่มมีสีแดง มีความแห้ง เกิดเป็นขุยบนใบหน้า  ผิวไวต่อแสงแดด แสบหน้าง่าย และอาจจะมีอาการคันระคายเคืองร่วมด้วย เมื่อกลับไปใช้ครีมปกติที่ไม่มีสารจะใช้ไม่เห็นผล พอกลับไปใช้ครีมที่มีสารตัวเดิม ผิวกลับดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ส่งผลเป็นอาการของผิวติดสเตียรอยด์นั่นเอง

2. สิวสเตียรอยด์ เป็นชนิดสิวที่หลายๆคนอาจจะแยกยังไม่ออกว่าตัวเองเป็นสิวฮฮร์โมนหรือสิวสเตียรอยด์ เพราะอาจจะมีลักษณะคล้ายกันคือ มีหนองเป็นตุ่มๆ แดงๆ เต็มใบหน้าเลย ซึ่งสิวสเตียรอยด์นั้นสังเกตุได้จากลักษณะคือมีตุ่มแดงเป็นแผ่นกว้างๆ และบริเวณที่เป็นสิวจะแดงทั่วกันและลักษณะตุ่มหนองจะมีขนาดเท่าๆกันไปทั้งหมด ซึ่งเม็ดสิวหนองนั้นจะไม่ได้เปลี่ยนไปตามระยะสิว ซึ่งต่างจากสิวฮอร์โมนที่จะมีระยะความเปลี่ยนแปลงตั้งแต่อักเสบ บวมแดง มีหนองเม็ดเล็กเม็ดใหญ่ มีหัวขาวหัวดำปะปนกัน และไม่ได้มีอาการคันยุบยิบเหมือนสิวสเตียรอยด์

 

อาการข้างเคียงจากการใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีสเตียรอยด์เป็นส่วนผสม

  1. ผิวหนังบริเวณนั้นจะเหี่ยวย่น ขาดความชุ่มชื้น ซึ่งเกิดจากผิวถูกสเตียรอยด์ไปทำลายผิวหนังชั้นใน และทำให้คอลลาเจนถูกทำลาย จนลดน้อยลง จึงสูญเสียความชุ่มชื้น
  2. ผิวหนังบริเวณที่รับสเตียรอยด์จะแตกลาย ซึ่งเกิดจากชั้นหนังแท้ได้ถูกทำลายจนทำให้เกิดการอักเสบ และเกิดเป็นแผลนูนเป็นเส้นเหมือนเส้นเลือด แต่จะเป็นรอยนูนแดง บริเวณนั้นก็จะเกิดการสร้างคอลลาเจนตามแนวลายแตกซึ่งจะมีลักษณะเฉพาะคือจะเห็นเป็นสีแดงและเป็นแล้วจะไม่หายไป แตกต่างจากไม่ติดสเตียรอยด์บริเวณผิวที่แตกลายจากความอ้วนหรือตั้งครรภ์จะมีสีขาว และเมื่อเวลาผ่านไปจะค่อยๆจางลงและหายไปเองได้
  3. สเตียรอยด์จะทำให้มีเส้นขนที่ยาว และเยอะขึ้น เพราะสเตียรอยด์จะไปกระตุ้นการเจริญเติบโตของขนอ่อน การเกิดขนขึ้นเยอะมักจะพบในสเตียรอยด์ประเภทยากิน
  4. บริเวณที่ผิวติดสเตียรอยด์จะมีเส้นเลือดฝอยเห็นได้ชัดขึ้น กล่าวคือบริเวณนั้นจะมีเส้นเลือดฝอยขยายตัว เกิดจากที่สเตียรอยด์เข้าไปทำลายคอลลาเจนและอิลาสตินจนทำให้เส้นเลือดฝอยบริเวณนั้นได้ขยายตัวจนปูดขึ้นมาทำให้เห็นเป็นเส้นเลือดที่ชัดขึ้นหรือเรียกกันว่าฝ้าเส้นเลือดนั่นเอง
  5. ผิวจะซีด ขาวด่างผิดปกติ จะคล้ายในข้อ 4 ซึ่งบริเวณที่สเตียรอยด์เข้าไปนั้นจะเข้าไปทำให้เซลล์ที่มีหน้าที่สร้างเม็ดสีฝ่อลง จนทำให้การผลิตเม็ดสีไม่สามารถทำได้ จนลดลงในที่สุด จนเห็นเป็นสีขาว ใสในบางรายที่เป็นฝ้าใช้แล้วก็จะเห็นว่าฝ้าจางลง ผิวใสขึ้นอย่างเห็นได้ชัด แต่พอหยุดใช้กลับยิ่งทำให้ผิวแย่ แและแพ้ได้ง่ายกว่าเดิม

 

การดูแลหลังผิวติดสเตียรอยด์หรืองอยู่ในภาวะเริ่มติดสเตียรอยด์

  1. หลีกเลี่ยงครีมที่เน้นผิวหน้าขาวใสแบบเร่งด่วน
  2. ควรงดการสครับผิวหน้า ลอกหน้า ขัดหน้าด้วยวิธีต่างๆ
  3. เลือกผลิตภัณฑ์ที่เน้นความแข็งแรง ฟื้นฟูผิว สร้างคอลลาเจน
  4. ควรงดออกลางแจ้งหรือหากเลี่ยงไม่ได้ก็ควรปิดใบหน้าให้มิดชิด เพราะช่วงนี้ผิวจะบอบบางและไวต่อแสง ทำให้ผิวฟื้นฟูได้ช้าและยากกว่าปกติ
  5. ควรพักผ่อนให้เพียงพอ และทานอาหารที่มีประโยชน์ รวมถึงการดื่มน้ำให้มากๆ เพื่อช่วยขับสารเสียต่างๆ ออกมาอีกทาง
  6. พยายามทำจิตใจให้ปรอดโปร่ง สร้างความผ่อนคลายให้สมองโล่งๆ ไม่เครียด เพราะความเครียดจะไปกระตุ้นให้ฮอร์โมนทำงานได้ไม่ดี ส่งผลให้หายได้ยาก
  7. งดผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ นำ้หอม หรือกรดวิตามิน AHA และ BHA ไปก่อน
  8. การหักดิบด้วยการหยุดใช้ครีมที่มีสเตียรอยด์อาจจะส่งผลให้สิวเห่อ ปะทุรุนแรงได้ ซึ่งทั้งนี้อาจจะขึ้นกับระยะเวลาที่ใช้ของแต่ละบุคคล รวมไปถึงการตอบสนองของผิวแต่ละบุคคลด้วย หากไม่สามารถหักดิบได้ แอดมินก็แนะนำว่าควรค่อยๆลดปริมาณลง จนหยุดใช้ไปอย่างถาวรเลยจะได้ไม่ส่งผลต่อจิตใจและใบหน้าของตัวเองได้บ้าง ซึ่งข้อนี้ก็แล้วแต่ความสมัครใจของตัวเองเลยนะคะ

 

สุดท้ายนี้ ถึงแม้สเตียรอยด์จะเป็นสารที่ร่างกายผลิตขึ้นได้เอง แต่ในบางรายที่มีความบกพร่องหรือมีปัญหาที่จำเป็นต้องใช้สเตียรอยด์จริงๆ แอดมินก็อยากให้ปรึกษาแพทย์ผิวหนัง แพทย์เฉพาะทาง หรือเภสัชกร และปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด ซึ่งประโยชน์ของสเตียรอยด์ หากเราได้ใช้อย่างถูกวิธีก็เป็นสิ่งที่มีประโยชน์และดีมากเลยทีเดียว

ถ้าบทความนี้มีประโยชน์ แชร์เลย